ต้องบอกว่าพยายามทะลวงเกมรับของ สโลวาเกีย จนเหนื่อยเลยเหมือนกันสำหรับทางด้านของ สิงโตคำราม อังกฤษ ของกุนซือ รอย ฮ็อดจ์สัน แต่ทว่าผลที่ออกมาก็ไร้ประโยชน์เมื่อไม่สามารถเจาะประตูได้ทำให้ผลจบลงที่ 0-0 แบ่งกันไปทีมละแต้มและสิงโตคำรามได้ทะลุเข้าสู่รอบน็อกเอ้าท์ต่อไปในฐานะทีมอันดับที่สอง เนื่องจากผลการแข่งขันของอีกคู่เป็น เวลส์ ที่ไล่อัดหมีขาว รัสเซีย ไปถึง 3-0 เก็บเพิ่มได้เป็นหกแต้มได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปในฐานะแชมป์กลุ่ม

ทั้งนี้เกม ยูโร 2016 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบีนัดสุดท้าย ก่อนเกมการแข่งขันอังกฤษถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ดีที่สุด ที่จะได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปในฐานะแชมป์กลุ่ม ด้วยจำนวนแต้มที่พวกเขามีอยู่เดิมสี่แต้ม หากเก็บชัยชนะเหนือ สโลวาเกีย ได้ก็จะได้เป็นแชมป์กลุ่มทันทีโดยไม่ต้องสนใจผลการแข่งขันของอีกคู่

โดยเกมนี้ทางกุนซือ รอย ฮ็อดจ์สัน ได้มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นตัวจริงบ้างเมื่อเลือกใช้บริการกองหน้าอย่าง เจมี่ วาร์ดี้, แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ผนึกกำลังกับ อดัม ลัลลาน่า หลังจากที่สองเกมแรกเลือกใช้ทางด้านของแฮร์รี่ เคน และราฮีม สเตอร์ลิง เช่นเดียวกันกับในแดนกลาง และแนวรับก็เปลี่ยนแปลงบางจุดนักเตะอย่างนาธาเนียล ไคลน์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ไม่ได้โอกาสในสองเกมแรกก็ได้รับโอกาส

ครึ่งเวลาหลังกุนซือ รอย ฮ็อดจ์สัน พยายามแก้เกมส์ด้วยการส่งผู้เล่นตัวหลักที่ใช้ในสองเกมแรกลงสนามไปทั้ง เดเล่ อาลี, เวย์น รูนี่ย์ และแฮร์รี่ เคนแต่ก็ไม่เป็นผล

อย่างไรก็ตามรูปเกมที่ออกมาตลอด 90 นาทีอังกฤษของกุนซือ รอย ฮ็อดจ์สัน ทำได้ดีกว่าตลอดเดินเกมบุกกดดันใส่ สโลวาเกีย แต่ก็ไม่ดีเพียงพอที่จะได้ประตู

ทำให้บทสรุปที่ออกมาเป็นการแชร์แต้มกันไปทีมละหนึ่งแต้มตามกล่าวข้างต้น โดย อังกฤษ สามารถสร้างโอกาสยิงประตูได้รวมถึง 14 ครั้ง แบ่งเป็นเข้ากรอบ 5 ครั้ง และไม่เข้ากรอบ 11 ครั้ง ขณะที่ สโลวาเกีย ซึ่งเอาแต่เล่นเกมตั้งรับอย่างเดียวนั้นทำได้รวมเพียง 3 ครั้ง เปอร์เซ็นต์การครองบอลอังกฤษครองบอลได้มากกว่าถึง 57%-43%